9.9 10.10 11.11 คืออะไร? ปฏิทินโปรโมชั่นจีนที่ชิปปิ้งและนำเข้าต้องรู้

เล็งกระเป๋าใบหนึ่งไว้บน Taobao ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ราคา 89 หยวน พอเข้าไปดูอีกทีปลายเดือนกลับเจอป้าย “ลดพิเศษ 9.9” เหลือ 79 หยวน ใจหนึ่งอยากกดเลย แต่อีกใจก็คิดว่า ถ้ารอไปอีกสองเดือนถึง 11.11 มันจะถูกกว่านี้อีกไหม หรือรอไปเดี๋ยวของก็หมดสต็อกก่อน

หลายคนที่สั่งของจากจีนแล้วใช้บริการชิปปิ้งจีนนำเข้ามาเจอสถานการณ์แบบนี้ทุกปีช่วงปลายปี เพราะจีนมีโปรโมชั่นเรียงกันถี่มาก ตั้งแต่ 9.9, 10.10 ไปจนถึง 11.11 และ 12.12 ถ้าไม่รู้ว่าแต่ละวันต่างกันยังไง อาจรอผิดจังหวะ หรือรีบสั่งไปทั้งที่ยังไม่ใช่ราคาดีที่สุด แล้วพอถึงเวลาจริงของก็อาจมาช้ากว่าที่คิดเพราะติดช่วงเทศกาลพอดี

แต่ละวันต่างกันตรงไหน ทำไมไม่ได้ลดเท่ากันหมด

9.9 คือโปรโมชั่นเปิดโค้งของไตรมาสสุดท้าย ลดจริงแต่ไม่ใช่จุดสูงสุดของปี ส่วน 10.10 เป็นโปรฯ ต่อเนื่องที่ยังไม่ใช่ไฮไลต์หลัก ทั้งสองวันนี้เหมาะกับการดูราคาตั้งต้นและเช็กว่าร้านไหนเริ่มขยับราคาลงบ้าง มากกว่าจะเป็นจังหวะกดซื้อจริงจัง เพราะจุดที่ลดราคาลึกที่สุดของปีอยู่ที่ 11.11 ซึ่งตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายนทุกปี และเป็นงานช้อปปิ้งใหญ่ที่สุดในรอบ 12 เดือนของทั้งจีนและของโลก ปิดท้ายด้วย 12.12 ที่ร้านส่วนใหญ่เอาไว้เคลียร์สต็อกที่เหลือก่อนเข้าสู่ช่วงตรุษจีน

เพราะงั้นกระเป๋าใบนั้นที่เห็นลดใน 9.9 ยังไม่ใช่ราคาต่ำสุดที่จะเจอในปีนี้แน่นอน แต่คำถามคือคุ้มจะรอไหม ตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าร้านนั้นมีสต็อกเหลือพอถึง 11.11 หรือเปล่า สินค้าบางแบบ โดยเฉพาะของเทรนด์หรือดีไซน์จำกัด ร้านมักตัดสต็อกเก่าออกก่อนเข้าโปรฯ ใหญ่ ถ้าเห็นว่าเหลือน้อยและถูกใจจริง การรอเสี่ยงมากกว่าการซื้อตอนนี้

11.11 ไม่ได้ลดแค่วันเดียว แต่ลากยาวเป็นเดือน

11.11 ไม่ได้ลดแค่วันเดียว แต่ลากยาวเป็นเดือน

จุดที่มือใหม่มักไม่รู้คือ 11.11 ไม่ใช่กดสั่งได้ทีเดียวจบในวันที่ 11 พฤศจิกายน Taobao เริ่มเทศกาล 11.11 Shopping Festival ปี 2025 ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม ลากยาวเกือบเดือนก่อนถึงวันจริง พร้อมส่วนลดสูงสุด 15% ตลอดช่วง ซึ่งช่วงเวลานี้เองที่ผู้ใช้บริการชิปปิ้งจีนต้องเริ่มวางแผนล่วงหน้า เพราะราคาดีเริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอถึงวันที่ 11 เป๊ะๆ

บางร้านยังใช้ระบบจ่ายมัดจำล่วงหน้าก่อนแล้วค่อยจ่ายส่วนที่เหลือในวันโปรฯ จริง ถ้าเจอร้านแบบนี้ ต้องจำวันที่ต้องจ่ายรอบสองให้แม่น เพราะพลาดจ่ายตามเวลาที่กำหนด ออเดอร์ที่จองไว้อาจหลุดไปเฉยๆ โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องรอผลิตหรือรอนำเข้าล่วงหน้าแบบพรีออเดอร์ ซึ่งเป็นจุดที่กระทบขั้นตอนชิปปิ้งจีนต่อเนื่องไปถึงรอบขนส่งจริง เงื่อนไขร้านแต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน ตรงนี้ต้องเช็กให้ชัดก่อนกดจ่ายมัดจำทุกครั้งว่าร้านนั้นน่าเชื่อถือพอให้รอหรือเปล่า

ของจะมาถึงช้ากว่าปกติแค่ไหนช่วงเทศกาล

ของจะมาถึงช้ากว่าปกติแค่ไหนช่วงเทศกาล

นี่คือจุดที่กระทบชิปปิ้งจีนโดยตรง เพราะยอดสั่งพุ่งพร้อมกันทั้งประเทศ ร้านแพ็คของช้าลง คลังพักสินค้าก่อนส่งออกก็แน่นกว่าปกติ ของที่ปกติใช้เวลา 2-3 วันถึงโกดังปลายทางในจีน ช่วง 11.11 อาจกลายเป็น 7-10 วัน ถ้าคำนวณเวลาทั้งหมดจนถึงมือที่ไทยไม่เผื่อตรงนี้ไว้ อาจได้ของช้ากว่าที่คาดเกือบสองเท่า

ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องใช้ของให้ทันภายในวันใดวันหนึ่ง เช่น ของขวัญปีใหม่ ควรสั่งให้เสร็จก่อนโค้งสุดท้ายของ 11.11 อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ ไม่ใช่รอไปสั่งวันที่ 11 พอดี

กลับมาที่กระเป๋าใบนั้น ถ้าชอบจริง สต็อกเหลือน้อย กดตอนนี้คุ้มกว่าเสี่ยงรอ แต่ถ้ายังไม่รีบและร้านมีของเข้าเรื่อยๆ รอถึงปลายตุลาคมแล้วดูราคาอีกทีน่าจะคุ้มกว่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

9.9 กับ 10.10 ต่างจาก 11.11 มากแค่ไหน

9.9 และ 10.10 เป็นโปรฯ ขนาดกลาง ลดราคาจริงแต่ไม่ใช่จุดต่ำสุดของปี ส่วน 11.11 เป็นจุดที่ลดลึกที่สุดและมีของเข้าร่วมมากที่สุด ถ้าไม่รีบใช้ของ รอถึง 11.11 มักได้ราคาดีกว่า

สั่งของก่อน 11.11 กี่วัน ชิปปิ้งจีนถึงจะทันใช้

เผื่อเวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ก่อนวันที่ต้องใช้จริง เพราะช่วงเทศกาลของอาจมาถึงช้ากว่าปกติ 7-10 วัน ไม่ใช่ 2-3 วันแบบช่วงปกติ

จ่ายมัดจำแล้วไม่จ่ายส่วนที่เหลือทันเวลาจะเป็นยังไง

ส่วนใหญ่ออเดอร์จะถูกยกเลิกอัตโนมัติ และบางร้านอาจไม่คืนมัดจำให้ ต้องเช็กเงื่อนไขและวันครบกำหนดจ่ายรอบสองให้ชัดก่อนกดจ่าย

ราคาที่ลดช่วงโปรฯ เชื่อถือได้แค่ไหน

บางร้านปรับราคาขึ้นก่อนแล้วค่อยลดให้ดูเหมือนลดเยอะ ควรเทียบราคาช่วงปกติของสินค้านั้นไว้ล่วงหน้า จะได้รู้ว่าราคาช่วงโปรฯ ลดจริงเท่าไหร่

ถ้าของที่อยากได้เหลือสต็อกน้อยระหว่างรอ 11.11 ควรทำยังไง

ถ้าถูกใจจริงและเห็นว่าสต็อกเหลือน้อย ควรกดสั่งตอนนั้นเลยแทนที่จะรอ เพราะสินค้าเทรนด์หรือดีไซน์จำกัดมักหมดก่อนโปรฯ ใหญ่จะมาถึง

Scroll to Top